เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการห้องเรียนจำลอง โรงเรียนลูกบาศก์

 

 

HW501 ที่นั่งใหม่ของฉัน

 

 

 

.

.

.

 

ในที่สุดพวกเราก็ขึ้นชั้นม.๕

 

อากาศในวันเปิดเทอมปีนี้ร้อนยิ่งกว่าปีที่แล้ว แต่ใบหน้าของเด็กรุ่นน้องกลับสดใสยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ที่แผดแสงใส่กลางหัวของฉันในขณะนี้ เห็นแล้วก็นึกถึงตัวเองเมื่อปีก่อน... ตอนนั้นฉันเป็นอย่างไรบ้างนะ

 

และที่เปลี่ยนไปจากปีที่แล้วแน่นอนคือที่นั่ง ฉันว่าก็แปลกดีที่ขึ้นชั้นใหม่แล้วยังไม่ให้พวกเราเลือกที่นั่งเอง แต่มันคงจะดีตรงที่ทำให้เราไม่แบ่งกันเป็นกลุ่มก้อนแล้วขลุกอยู่กับกลุ่มตัวเองจนเกินไป

 

คงจะลุ้นดีถ้าจะนึกถึงคนที่นั่งข้างๆคนใหม่... ที่ต้องให้อาจารย์ลิขิตมาให้ ใช่แล้วละ ปีนี้ไม่ต้องจับฉลากแล้ว แต่จะมีประกาศติดอยู่ที่หน้าห้องเองเลย

 

อืม... ฉันก็คิดว่าคงจะดีแหละ แต่คำถามประเภทที่ว่า 'จะเข้ากันได้มั้ย', 'ถ้าเป็นคนคุยไม่เก่งเหมือนกันจะทำยังไง' หรือ 'เค้าจะเบื่อหรือเปล่า' พวกนี้มันกำลังเดินพาเรทกันให้วุ่นอยู่้ในหัวฉันอย่างช่วยไม่ได้

 

ฉันพยายามสูดลมหายใจลึกๆ ไล่ความคิดกังวลออกไป ท่ามกลางแสงแดดที่แผดจ้าเสียจนน้ำตาคลอ ท้องฟ้าฤดูร้อนเป็นสีฟ้าสดยิ่งกว่าสีฟ้าใดๆกำลังโอบอุ้มโรงเรียนลูกบาศก์แห่งนี้

 

สีฟ้านั่นทำให้ฉันค่อยๆคลายความตื่นเต้นลงทีละนิด

 

การประกาศที่หน้าเสาธงจบลง ก่อนที่พวกเราม.๕จะเดินเรียงแถวตรงไปยังห้องเรียน เป็นห้องใหม่ที่เราจะอยู่ด้วยกันไปอีกหนึ่งปีการศึกษา

 

ขณะที่กำลังเดินขึ้นบันไดอาคาร๔ โชโกะที่เข้าแถวอยู่ด้านหน้าฉันก็หันมา

 

"ถ้าได้นั่งด้วยกันอีกก็คงดีสินะ"

 

ฉันยิ้มตอบรอยยิ้มสดใสของเธอ ซึ่งไม่ว่าจะตอนนี้หรือปีที่แล้วก็ยังคงเหมือนเดิม

 

โชโกะเป็นเพื่อนที่ดี ปีที่แล้วฉันนั่งข้างเธอ และความร่าเริงของเธอทำให้เราสนิทกันไม่ยาก

 

แน่นอนว่าถ้าได้นั่งกับเธอเหมือนเดิมเป็นเรื่องดี แต่เมื่อเห็นกระดาษสีขาวที่มีรายชื่อพร้อมผังที่นั่งเป็นระเบียบ เสียงหัวใจของฉันก็เริ่มดังขึ้น มันเป็นเสียงของความตื่นเต้นที่เรากำลังจะได้รู้สิ่งที่เราไม่รู้มาก่อน และถึงจุดนี้ฉันก็เชื่ออย่างแทบสนิทใจว่าการเปลี่ยนที่นั่งใหม่ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย

 

ฉันยังคงเลี่ยงที่จะเข้าไปมุงดูกับเพื่อนๆแต่ปล่อยให้คนบางเสียก่อนจึงเข้าไปชะเง้อดู สิ่งที่ได้เห็นทำให้กล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดด้วยความตื่นเต้นคลายตัวลง ฉันถอนใจเบาๆอย่างโล่งอกกับกระดาษแผ่นนั้นและเกือบจะยิ้มออกมา

 

โล่งใจที่ได้รู้ว่าเพื่อนที่นั่งข้างๆเป็นคนที่รู้จักมาก่อน คุยกันไม่ยากถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้คุยเก่งหรือร่าเริงอยู่เป็นนิตย์

 

ฉันเดินเข้าไปในห้องเรียน ที่แทบไม่มีอะไรต่างไปจากห้องเดิมตอนม.๔

 

ฉันเลือกที่จะกวาดตามองใ้ห้ทั่วๆก่อน โดยเฉพาะรอบๆที่นั่งของฉัน

 

ข้างหน้าดูมีชีวิตชีวากันดีจัง ข้างหน้าของฉันเป็นรัมละ เธอตาเหมือนแมวเลย หวังว่าปีนี้จะได้คุยกันเยอะขึ้นนะ

 

ข้างๆรัมก็เป็นโบว์ ซึ่งกำลังหันไปทักติน เพื่อนที่ตายิ้มอยู่เสมอ ถัดจากนั้นคือพันช์ที่เงียบๆแต่เป็นมิตร

 

ฉันเหลียวมองมาทางซ้ายนิดหน่อยและหันกลับไปแทบจะทันทีที่เห็นสายตาขุ่นขวางของไวท์ เขามักจะทำหน้าแบบนี้เสมอแต่พอหันไปสบกันพอดีเลยอดตกใจไม่ได้ อดสังเกตตั้งโก๋ไปด้วยเลย

 

ริมหน้าต่างแถวสองเป็น... วี กับ รุจ รู้สึกว่ารุจมาอยู่กับวีแล้วดูเด็กลงไปอีกยังไงไม่รู้นะ

 

และถัดมาจากนั้น...

 

ที่นั่งข้างฉันมีคนนั่งอยู่แล้ว  ขณะที่ฉันวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ เธอเงยหน้าขึ้นจากสมุดเล่มบางๆที่อยู่ในมือแล้วหันมามองฉัน หางเปียยาวไหวเบาๆอยู่บนหลัง ดวงตาโตสีเข้มหรี่เป็นเส้นโค้งสวยขณะแย้มยิ้มบาง

 

ฉันตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

 

'ฝากตัวด้วยล่ะ ราตรีมณี'

 

 

 

 .

.

.

 

Fin.

 

------------------------------------------------------------

 

สรุป

+ เปิดเทอมม.๕ เม่ยค่อนข้างกังวลและตื่นเต้บกับที่นั่งใหม่ และเพื่อนคนใหม่

+ คิดว่าได้นั่งกับโชโกะเหมือนเดิมก็คงดี แต่ก็อยากลองนั่งกับเพื่อนใหม่ๆอยู่ลึกๆเหมือนกัน

+ ได้นั่งข้างตรี

+ โล่งอก เพราะอยู่สายรหัสเดียวกันมาก่อน จึงคิดว่าคงสนิทกันได้ง่าย

 

------------------------------------------------------------ 

 

 

เป็นเอนทรีคิวบิกที่เขียนได้เร็วที่สุดเท่าที่เคยทำมาค่ะ (หรือเพราะมันสั้นกันนะ)

เข้าบล็อกโรงเรียนเจอเอนทรีที่นั่งใหม่ปุ๊บเขียนปั๊บ

แต่ก็เขียนเอาตอนดึก (เช้า?) แล้ว ถ้ามีคำผิดตรงไหนก็ท้วงติงมาได้นะคะ ยินดีมากๆ 

 

ไม่ได้ทรงนาน แต่แปลกที่ลื่นเสียมากกว่าเมื่อก่อนอีก

เอ๊ะ หรือเรามึนไปเองนะ ? (ตอนนี้ตาเริ่มพร่าละ ฮา)

ยังไงก็ฝากเม่ยด้วยนะคะปีนี้

 

 

 

EDIT* เห็นเมนท์ #1 แล้วนึกขึ้นมาได้

ปีนี้เม่ยจะเป็นสาววายเต็มตัวแล้วสินะ คึหึหึหึ

 

ปล. ปั่นดีบี~